คู่มือการปฏิบัติตัวสำหรับมารดาหลังคลอด
17-12-2019 4:49:54




คำแนะนำ

อาการที่มารดาหลังคลอดควรมาพบแพทย์ หรือพยาบาลทันที หรือภายใน 12 ชั่วโมง

    1. มีเลือดออกมาทางช่องคลอด ใน 1 ชั่วโมง ชุ่มผ้าอนามัย 1 ผืน และเลือดที่ออกมาเป็นก้อน

    2. ปวดท้องมาก (ปวดจนบิด)

    3. มีไข้ หรือหนาวสั่น อุณหภูมิเกินกว่า 38 องศาเซลเซียส

    4. เจ็บปวด หรือแสบขัดเวลาถ่ายปัสสาวะ

    5. มีน้ำหนอง หรือเลือดไหลจากแผลฝีเย็บ หรือแผลฝีเย็บบวมแดงมากขึ้น จนปวดถ่วงถึงทวารหนัก

    6. ระดูขาวมีกลิ่นเหม็น

    7. น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น มีสีแดงตลอดภายใน 15 วัน หลังคลอด

    8. ปวดศีรษะรุนแรง

    9. มีก้อนที่เต้านม หรือเต้านมบวมแดง ,คัดตึง

น้ำคาวปลา

  •  ตามปกติจะมีประมาณ 2 สัปดาห์
  •  น้ำคาวปลาจะเปลี่ยนสีเป็นระยะ จากแดงจัดเป็นชมพู และน้ำตาลดำ ภายใน 10 วันหลังคลอด ต่อ จากนั้นจะเป็นสีขาวออกเหลือง ๆ ในสัปดาห์ที่ 3 และ 4 หลังคลอด
  •  ห้ามใช้ผ้าอนามัยแบบสอดในช่องคลอด
  •  ประมาณ 4 - 8 สัปดาห์หลังคลอด จะมีประจำเดือนมาครั้งแรก  ในรายให้นมบุตร มารดาจะไม่มีประจำเดือนนาน 6 - 8 เดือน

การดูแลแผลที่เย็บ

  •  มารดาจะรู้สึกเจ็บปวดแผลฝีเย็บประมาณ 2 - 3 สัปดาห์หลังคลอด (แผลปกติจะหายใน 7 วันหลังคลอด และไหมที่เย็บจะละลายเอง)
  •  ทำความสะอาดด้วยสบู่ จากด้านหน้าไปด้านหลัง ไม่ย้อนจากก้นมาด้านหน้า เพราะจะนำเชื้อโรคจากทวารหนักมาสู่แผลและช่องคลอด

อาการปวดมดลูก

  •  การปวดมดลูก เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับมารดาหลังคลอดใน 1 - 2 วันแรกหลังคลอด ถ้าปวดมดลูกมากทนไม่ไหว ให้รับประทานยาแก้ปวดได้

การมีเพศสัมพันธ์

  •  จะมีเพศสัมพันธ์ได้ต่อเมื่อ 4 สัปดาห์หลังคลอด  (หลังจากได้รับการตรวจหลังคลอด) เพราะปากมดลูกยังไม่ปิด จะมีอาการติดเชื้อได้ง่าย

การคุมกำเนิด

  •  การคุมกำเนิดมีหลายวิธี เช่น ยาเม็ด  ยาฉีด  ห่วงอนามัย ถุงยางอนามัย ยาฝังใต้ผิวหนัง การทำหมันหญิงและ ชายคู่สามีภรรยาควรจะได้ปรึกษากันว่า ต้องการจะมีบุตรอีกเมื่อไร แล้วจึงปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลที่ทำหน้าที่นี้  เพราะยาคุมกำเนิดจะไม่ใช้กับสตรีที่มีการอักเสบของช่องคลอดและโพรงมดลูก 

>> ถ้าสามีทำหมันต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอย่างอื่นหลังทำหมัน
3 เดือน หรือใน 15 วัน ที่มีเพศสัมพันธุ์หลังทำหมัน <<

การทำความสะอาดร่างกาย

         ควรอาบน้ำชนิดฝักบัว  หรือตักอาบ ไม่ควรอาบน้ำแบบแช่
(ไม่ว่าจะในอ่างน้ำสมัยใหม่ หรือแม่น้ำลำคลอง) จนกว่าจะได้รับการตรวจหลังคลอดแล้วในรายมารดาผ่าท้องคลอด   ควรใช้วิธี
เช็ดตัว  จนกว่าจะตัดไหมและสังเกตว่าแผลแห้งดี ในเวลากลางวันควรใช้ผ้ารัดท้องไว้ขณะเดินแผลจะได้ไม่เคลื่อนไหวเพื่อลดอาการเจ็บแผล  (เพราะขณะนี้หน้าท้องยังหย่อนมาก)
ส่วนเวลา นอนไม่ต้องใช้ผ้ารัดท้อง

การพักผ่อน

  •  มารดาควรพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 6 - 8 ชั่วโมง ในเวลากลางคืน ส่วนเวลากลางวันควรได้หลับพักผ่อนบ้างขณะทารกหลับ ถ้าไม่หาโอกาสพักผ่อน มารดาจะอ่อนเพลียมากขึ้น

กิจกรรม

  •  ไม่ควรยกของที่มีน้ำหนักเกินกว่าน้ำหนักทารก  ในระยะ 2 สัปดาห์แรกหลังคลอด ไม่ควรขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ หรือขับรถโดยไม่จำเป็นการออกกำลังกายจะทำได้บ้างในบางท่าที่ไม่หนักมาก คือควรมีข้อจำกัดจนกว่าจะได้รับ     การตรวจหลังคลอด จากแพทย์ เมื่อครบ 4 สัปดาห์หลังคลอดถ้าจะให้ได้ผลดี ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง จะทำให้น้ำคาวปลาออกดี และมดลูกเข้าอู่เร็ว

อาหาร

  •  มารดาบางรายอาจยังไม่นึกอยากรับประทานอาหาร จึงควรได้รับวิตามินเสริมต่อไป จนกว่าจะได้ตรวจหลังคลอดมารดาหลังคลอดควรได้รับอาหารครบหมู่ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพตนเองและเพื่อทารก (ในรายที่ให้นมบุตร)

วิธีการนำเต้านมมารดาเข้าปากทารก

  •   ประคองศีรษะทารกเข้าใกล้เต้านม มารดาช้อนเต้านมรอไว้
  •   มารดาประคองเต้านมให้หัวนมแตะริมฝีปากล่างของทารกเพื่อกระตุ้นให้ทารกคาบหัวนม
  •   มารดาช้อนเต้านมให้หัวนมเข้าปากทารก
  •   มารดาประคองศีรษะทารกเข้าหาเต้านม

การปฏิบัติตนระหว่างให้นมบุตร

    - ควรล้างมือ ก่อนและหลังการให้นมทุกครั้ง
    - ควรสวมยกทรงไว้เสมอ (เพื่อลดความเจ็บปวด และการหย่อนยาน)

    - ถ้าเจ็บปวดเต้านมใน 2 - 3 วันหลังคลอด (มารดาท้องแรก) เป็นการคั่งของเลือดและน้ำเหลือง ให้ ประคบด้วยความเย็นสลับความรัอนเพื่อลดความเจ็บปวด และกระตุ้นให้น้ำนมไหล ด้วยการให้ทารกดูด นมเร็วที่สุด (ทันทีหลังคลอด) และดูดบ่อย ๆ

    - ไม่ควรฟอกสบู่บริเวณเต้านม  ควรทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่น

    - เวลาให้นมทารก มารดาควรให้ทารกคาบหัวนมไปจนถึงบริเวณบริเวณลานหัวนม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหลั่งน้ำนม และเพื่อป้องกันหัวนมแตก ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว และ ไม่ทำให้ทารกดูดลม เข้าทางมุมปากเพื่อป้องกันทารกท้องอืด

    - ถ้ามีปัญหาหัวนมเจ็บ หรือแตก ให้บีบน้ำนมเก็บไว้และใช้น้ำนมทาบริเวณหัวนมที่แตก
    - หลังจากให้นมทุกครั้งควรจับทารกเรอ เพื่อลดการสำรอกนม

    - มารดาที่ให้นมทารกควรระมัดระวังเรื่องการรับประทานยา เมื่อเจ็บป่วยควรปรึกษาแพทย์เพราะยาหลาย ชนิดจะมีผลผ่านทาน้ำนมมารดาถึงทารกได้เช่น ยาดองเหล้า ยาจีน ยานอนหลับ ยาปฏิชีวนะ (ยาแก้ อักเสบ) ต่าง ๆ ฯลฯ

    - งดรับประทาน อาหารผักผลไม้บางอย่าง เช่น หัวหอม กะหล่ำปลี ฝรั่ง อาจทำให้ท้องอืด กลิ่นและ รสของน้ำนมเปลี่ยนไป ทำให้ทารกปฏิเสธน้ำนมมารดาอาหารหมักดองหรือมีรสจัดทำให้มารดาท้องเสีย

 

 

 

โรงพยาบาลหริภุญชัย เมโมเรียล 109-111 ม.4 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน 51000
โทร : 053-581600-4 FAX : 053-581606-7 Email : harihostpital@hotmail.com
จำนวนครั้งที่เข้าชมวันนี้ : 3
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด : 54339